· หน้าแรก
· กระดานข่าว
· ข่าวสารส่วนตัว
· ติดต่อเรา
· ถามกันบ่อย
· แนะนำและบอกต่อ
· เผยแพร่ข่าวสาร
· ภาพข่าวกิจกรรม
· รายนามสมาชิก
· วารสาร
· สถิติการเข้าชม
· สมุดเยี่ยม
· อัลบั้มภาพ

หนังสือแนะนำ

วิธีการเชิงผสมผสาน
สำหรับการวิจัยและประเมิน :

                                      180.-

การวิจัยและพัฒนา
นวัตกรรมทางการศึกษา :
250.-

การวิจัยเชิงคุณภาพ
ทางการศึกษา :
275 . -


ปรัชญาวิจัย :
320 . -

การประเมินนเรศวร :
  150 . -
ทฤษฎี รูปแบบ และแนวทาง
การประเมิน

ทิศทางและอาณาบริเวณ
การประเมิน:
  165.-

 


คำเตือน!
 การพยายามเข้าระบบจัดการ โดยผู้ที่ไม่ใช่เว็บมาสเตอร์ IP ดังกล่าวจะถูกระงับการใช้งานทันที

สำหรับผู้ดูแลเว็บ
ชื่อเรียก
รหัสผ่าน

ข้อความทั้งหมด   
 
การวิจัยการวัดและประเมินทางการศึกษา

 การวิจัยการวัดและประเมินทางการศึกษา  :  ตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  2542

รัตนะ  บัวสนธ์



ความนำ

          แนวคิดการปฏิรูปการศึกษาไทยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยลำดับนับแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบัน อาทิ  การปฏิรูปการศึกษาไทยในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชที่ทรงประดิษฐ์อักษรไทย  การปฏิรูป การศึกษาไทยปลายรัชสมัยพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 จนถึงรัชสมัยพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งถึงว่าเป็นการปฏิรูปการศึกษาไทยครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนจากการศึกษา  ตามอัธยาศัยและการศึกษานอกระบบเป็นการศึกษาในระบบดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว   ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  ซึ่งหลักสูตรการศึกษาไทยได้เปลี่ยนแปลงตามตัวแบบการจัดการศึกษา  ของประเทศสหัฐอเมริกา (ที่เร่งปฏิรูปการศึกษามุ่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแข่งกับประเทศสหภาพโซเวียตในสมัยนั้น)  อันเป็นผลให้เกิดหลักสูตร 2503  ที่ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือจัดการศึกษาของไทยมา อย่างยาวนาน  จนกระทั่งถึงในช่วงปี พ.. 2516 –2520  การศึกษาไทยก็ได้เกิดการปฏิรูปอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เป็นผลมาจากกระแสตื่นตัวในระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยหลังยุคตุลาคม  16  โดยที่กระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งคณะกรรมการวางพื้นฐานการปฏิรูปการศึกษาไทยขึ้นคณะหนึ่งให้ทำหน้าที่เสนอแนวคิด และดำเนินการจัดการศึกษาของไทย  คณะกรรมการชุดดังกล่าวประกอบด้วยนักการศึกษาหนุ่ม (สมัยนั้น)  กลุ่มหนึ่งที่มีหัวก้าวหน้ามากทางการศึกษา และยังคงมีบทบาทอยู่ไม่น้อยในวงการศึกษาไทยปัจจุบัน  อาทิ ศาสตราจารย์สิปปนนท์  เกตุทัต  ศาสตราจารย์วิจิตร ศรีสะอ้าน  และศาสตราจารย์เอกวิทย์    ถลาง เป็นต้น ผลงานที่เด่นชัดของคณะกรรมการชุดนี้ก็คือ  หลักสูตรการศึกษาไทยปี พ.. 2521  นั่นเอง

          กระทั่งปัจจุบันเริ่มตั้งแต่ปี พ.. 2540  เป็นต้นมากระแสการปฏิรูปการศึกษาไทยก็ถูกปลุกเร้าขึ้น อีกครั้งหนึ่งภายใต้การตื่นตัวของภาคเอกชนโดยธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้ชูประเด็นการปฏิรูปการศึกษา        ซึ่งนำมาสู่การจัดทำพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  ฉบับปี พ.. 2542 และแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติระยะที่ 9  ปี พ.. 2545 – 2549 โดยหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของไทย โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (สกศ.)

จากที่กล่าวถึงอดีตและโยงสู่ปัจจุบันของกระแสการปฏิรูปการศึกษาไทยนั้นก็เพื่อชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่พึงตระหนักเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของไทยในประเด็นสำคัญๆ ดังนี้

ประการที่หนึ่ง     เรื่องของการจัดการศึกษาไม่ว่าจะเป็นของไทยหรือของใครก็ตามนั้นมีลักษณะเป็นอนิจลักษณะ คือไม่คงที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ ช้าบ้างเร็วบ้าง

ประการที่สอง    เรื่องของการจัดการศึกษาไม่ว่าจะเป็นของไทยหรือของใครก็ตามย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามบริบทที่เกี่ยวข้อง เช่น  ด้านการเมือง  สังคมวัฒนธรรม  และเศรษฐกิจ  เพราะเหตุว่า               การศึกษาเป็นระบบหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นและดำรงอยู่ภายใต้ระบบอื่นๆ

ประการที่สาม    การปฏิรูปการศึกษาของไทยหรือของใครก็ตาม เป้าหมายท้ายสุดและสำคัญที่สุด ที่จะเป็นตัวบ่งชี้ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการปฏิรูปครั้งนั้นๆ ก็คือ พัฒนาการของผู้เรียนหรือกล่าวให้สั้นที่สุดก็คือ  ตัวนักเรียนคือหลักฐานของการจัดการศึกษาหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งนั้น คำถามที่สำคัญของการปฏิรูปการศึกษาก็คือ  ผู้เรียนจะได้อะไรบ้างจากการปฏิรูปนั่นเอง

ประการสุดท้าย     การปฏิรูปการศึกษาของไทยหรือของใครก็ตาม  ในแต่ละครั้งของการปฏิรูปนั้น  การวิจัยวัดและประเมินผลการศึกษา เป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดที่จะช่วยในการให้คำตอบเกี่ยวกับรูปแบบ  แนวทาง  และความสำเร็จ  ความล้มเหลวของการจัดการศึกษา

ด้วยเหตุนี้    ข้อเขียนครั้งนี้ผู้เขียนจึงจำกัดขอบเขตการนำเสนอเฉพาะประเด็นสุดท้าย อันเกี่ยวกับบทบาทหรือแนวทางการทำการวิจัยการวัดและประเมินทางการศึกษาตามแนวปฏิรูปการศึกษาไทย  โดย     ยึดสาระในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี  .. 2542  เป็นหลักในการวิเคราะห์ชี้ประเด็น

 

­ขอบข่ายประเด็นการวิจัยวัดและประเมินผลการศึกษา

          ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติปี พ.. 2542 ซึ่งกำหนดเนื้อหาสาระไว้  9  หมวด  ประกอบด้วยมาตราต่างๆ รวมทั้งสิ้น  78  มาตรา นั้นมีประเด็นที่น่าจะการวิจัยทางด้านการวิจัยวัดและประเมินผลการศึกษา   ดังนี้

          ประเด็นที่หนึ่ง     การวิจัยเกี่ยวกับวิธีการเทียบโอนผลการเรียนสะสมระหว่างการจัดการศึกษาต่างรูปแบบและ/หรือรูปแบบเดียวกันแต่ต่างสถานศึกษากัน   งานวิจัยในประเด็นปัญหานี้ควรมุ่งหาคำตอบเกี่ยวกับรูปแบบวิธีการที่เหมาะสมในการเทียบโอนผลการเรียน

          ประเด็นที่สอง    การวิจัยเพื่อหารูปแบบเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและศูนย์การเรียน   ในการจัดการศึกษา  การวิจัยในประเด็นปัญหานี้มุ่งหาคำตอบเกี่ยวกับลักษณะที่เหมาะสมหรือเป็นไปได้ของความร่วมมือการใช้ทรัพยากรทางการศึกษาระหว่างงานดังกล่าว

          ประเด็นที่สาม    การวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบและวิธีการประเมินผู้เรียนอย่างหลากหลายภายใต้        การจัดการเรียนการสอนต่างลักษณะกัน  รวมทั้งการใช้ผลการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง

          ประเด็นที่สี่     การวิจัยเพื่อพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นที่เน้นการถ่ายทอดและประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการเรียนรู้ตลอดจนการใช้แหล่งวิทยาการท้องถิ่นเพื่อจัดการเรียนการสอน

          ประเด็นที่ห้า   การวิจัยและพัฒนารูปแบบความร่วมมือเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ระหว่างสถานศึกษากับชุมชน

          ประเด็นที่หก   การวิจัยเพื่อพัฒนาตัวบ่งชี้เกณฑ์และมาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับใช้ประกัน          คุณภาพการศึกษา  สำหรับหน่วยงานสถาบัน องค์กรทางการศึกษาต่างๆ

          ประเด็นที่เจ็ด   การวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในที่เหมาะสมและสอดคล้อง          กับสถานศึกษาและหน่วยงาน  องค์กรหรือศูนย์การเรียนของชุมชน

          ประเด็นที่แปด   การวิจัยเกี่ยวกับลักษณะและวิธีการจัดเก็บภาษีทางการศึกษาและการยกเว้น      ภาษีสำหรับหน่วยงานหรือองค์กรที่จัดการศึกษา  การวิจัยในประเด็นปัญหานี้ควรมุ่งหาคำตอบเกี่ยวกับลักษณะและวิธีการที่เหมาะสมในการจัดเก็บภาษีทางการศึกษาและการยกเว้นหรือจ่ายคืนภาษาเพื่อการศึกษา

          ประเด็นที่เก้า   การวิจัยเชิงปริมาณ  เพื่อหาประสิทธิภาพและประสิทธิผลการจัดการศึกษาเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้จ่ายงบประมาณทางการศึกษาของสถานศึกษา และองค์กรทางการศึกษาอื่นๆ

          ประเด็นที่สิบ   การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีทางการศึกษาหลากหลายแบบเพื่อ      ใช้ในการจัดการศึกษาและจัดการเรียนการสอน

          ประด็นปัญหาที่ควรวิจัยซึ่งนำเสนอผ่านมานั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายต่อการค้นหาคำตอบอยู่มาก ซึ่งยังมีการทำวิจัยอยู่น้อยมาก  จึงควรที่จะเป็นภาระของนักการศึกษา  โดยเฉพาะนักการศึกษาที่เป็นกลุ่มนักวิจัย วัดและประเมินผลการศึกษาซึ่งไม่อาจปฏิเสธในบทบาทดังกล่าวได้โดยแท้  ด้วยเหตุนี้การศึกษาวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจในพระราชัญญัติการศึกษาและแนวทางการปฏิรูปการศึกษาแล้วนำมาตีความตั้งเป็นประเด็นคำถามการวิจัยจึงจำเป็นอย่างยิ่ง

PHP-Nuke
ติดประกาศ Tuesday 26 Jun 07@ 16:15:22 ICT โดย admin
 
· ข้อมูลเพิ่มเติม PHP-Nuke
· เสนอข่าวโดย admin


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด PHP-Nuke:
วิถีชีวิตของผับ และนิสิตติดผับ ข้างรั้วมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

คะแนนเฉลี่ย: 4.66
จำนวนผู้ลงคะแนน: 3


โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่


 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

เสียใจบทความนี้ไม่มีข้อเสนอแนะ

PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2006 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.13 วินาที