· หน้าแรก
· กระดานข่าว
· ข่าวสารส่วนตัว
· ติดต่อเรา
· ถามกันบ่อย
· แนะนำและบอกต่อ
· เผยแพร่ข่าวสาร
· ภาพข่าวกิจกรรม
· รายนามสมาชิก
· วารสาร
· สถิติการเข้าชม
· สมุดเยี่ยม
· อัลบั้มภาพ

หนังสือแนะนำ

วิธีการเชิงผสมผสาน
สำหรับการวิจัยและประเมิน :

                                      180.-

การวิจัยและพัฒนา
นวัตกรรมทางการศึกษา :
250.-

การวิจัยเชิงคุณภาพ
ทางการศึกษา :
275 . -


ปรัชญาวิจัย :
320 . -

การประเมินนเรศวร :
  150 . -
ทฤษฎี รูปแบบ และแนวทาง
การประเมิน

ทิศทางและอาณาบริเวณ
การประเมิน:
  165.-

 


คำเตือน!
 การพยายามเข้าระบบจัดการ โดยผู้ที่ไม่ใช่เว็บมาสเตอร์ IP ดังกล่าวจะถูกระงับการใช้งานทันที

สำหรับผู้ดูแลเว็บ
ชื่อเรียก
รหัสผ่าน

ข้อความทั้งหมด   
 
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาความสามารถ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาความสามารถ
ในการประเมินตามสภาพจริง
ของครูสังกัดสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
 
รศ.ดร.รัตนะ บัวสนธ์ และคณะ
บทคัดย่อ
                  การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสามารถในการประเมินตามสภาพจริงของครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน การวิจัยมีลักษณะเป็นการวิจัยเฉพาะกรณีโดยใช้กระบวนการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ที่ประกอบด้วย การเลือกสนามวิจัย  การเตรียมตัวเข้าสนามวิจัย  การเข้าสนามวิจัย  การดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล  ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ 1. lสภาพและปัญหาการประเมินตามสภาพจริงของครูในโรงเรียนก่อนการวิจัยอยู่ในลักษณะที่ครูส่วนใหญ่ขาดความรู้ ความเข้าใจและขาดทักษะ โรงเรียนไม่มีแนวทางในการปฏิบัติและขาดหลักเกณฑ์การวัดและประเมินผลที่ถูกต้อง 2. ภายหลังจากการใช้กระบวนการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม พบว่าครูมีความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการวัดผลและประเมินผลตามสภาพจริงที่ชัดเจน มีทักษะและมีเจตคติที่ดีต่อการประเมินตามสภาพจริงเพิ่มขึ้น แต่มีปัญหาเกี่ยวกับเวลาที่ใช้ในการให้ความรู้กับครูมีจำกัด ครูมีภารกิจหลายอย่างไม่สามารถเข้ามีส่วนร่วมได้อย่างต่อเนื่อง


ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
 
              โลกในยุคปัจจุบันเป็นยุคโลกาภิวัตน์ที่มีความเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นที่แต่ละประเทศต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวและพัฒนาประเทศให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และเตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายจากกระแสโลก (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. 2543 :1) การพัฒนาประเทศไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ต้องอาศัยพลเมืองที่มีคุณภาพเป็นปัจจัยสำคัญ คุณภาพของพลเมืองดังกล่าวต้องอาศัยการศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนา เพราะการศึกษามีความจำเป็นสำหรับทุกคน และทุกคนต้องมีส่วนร่วมผลักดันส่งเสริมสนับสนุนให้ผลผลิตทางการศึกษามีคุณภาพ ในสถานการณ์ที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและระบบการจัดการศึกษาไทยไม่สามารถปรับตัวได้ทันจึงจำเป็นต้องเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษา เพื่อพัฒนาให้เยาวชนและคนไทยในอนาคตเป็นคนดีมีคุณธรรม เป็นคนเก่ง คิดดี ทำงานได้ดี มีคุณภาพ มีความเป็นไทย สามารถปรับตัวได้เหมาะสมกับสถานการณ์โลกและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป คุณภาพของคนไทยเช่นนี้จะเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับการอยู่รอดและการพัฒนาประเทศไทย ในกระแสสังคมยุคใหม่ที่ต้องใช้ความรู้เป็นเครื่องมือสำคัญของการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิต เนื่องจากโครงสร้าง วิธีคิด กระบวนการ บุคลากร   เครื่องมือ อุปกรณ์   เทคโนโลยี ตลอดจนคุณภาพการจัดการศึกษาที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ด้อยประสิทธิผล ไม่คุ้มค่า ไม่ช่วยแก้ปัญหาสังคม เพื่อความอยู่รอดของสังคมไทยในโลกที่มีการปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วึงจำเป็นต้องปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542   และให้ความสำคัญกับการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ได้แก่ ปฏิรูประบบการศึกษาให้สอดรับซึ่งกันและกัน   ปฏิรูปการเรียนรู้   ปฏิรูประบบการบริหารและการจัดการศึกษา ปฏิรูปครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ปฏิรูประบบทรัพยากรและ การลงทุนเพื่อการศึกษา  ในการปฏิรูปการศึกษาจำเป็นต้องมีการปฏิรูปครูเพราะครูเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จอันสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา (ศักรินทร์ สุวรรณโรจน์. 2542 : 2)  
                 คุณภาพครูเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งต่อคุณภาพการศึกษา การศึกษาเป็นหัวใจของการพัฒนาคุณภาพของคนให้เป็นผู้สมบูรณ์พร้อมทั้งกาย ศีล จิต และปัญญา พร้อมทั้งความสามารถในการสร้างสรรค์สังคมคุณภาพ สังคมแห่งการเรียนรู้ สังคมอันกอปรด้วยความสมานฉันท์และความเอื้ออาทรต่อกัน (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. 2545 : คำนำ) ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยอันมีผลกระทบมาจากการพัฒนาที่ก้าวหน้าเข้าสู่ยุคสมัยโลกาภิวัตน์ ทำให้ขอบข่ายของการสืบเสาะ ค้นคว้า แสวงหาและถ่ายทอดความรู้ ตลอดจนการเรียนรู้เป็นไปอย่างกว้างขวาง รวดเร็ว พร้อมกับการขยายองค์ความรู้และการเรียนรู้แห่งศาสตร์ต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง นำไปสู่การปรับตัวและเปลี่ยนแปลงทางด้านการศึกษาโดยภาพรวม เพื่อพัฒนาให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่เกิดขึ้น ดังนั้นเพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพ จึงจำเป็นต้องส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาคุณภาพ ประสิทธิภาพ และขีดความสามารถของคนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะครู คณาจารย์ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. 2545 : 23) 
                   ครูเป็นบุคลากรที่สำคัญทางการศึกษา เพราะภารกิจและบทบาทหน้าที่ของครูเกี่ยวข้องกับการพัฒนาผู้เรียนโดยตรง ดังพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้ระบุแนวการจัดการศึกษาไว้ในหมวด 4 มาตรา 24 เกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ ข้อ 5 ว่า สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวก เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้ ทั้งนี้ผู้สอนหรือผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่างๆ ครูจึงต้องพัฒนาตนให้เป็นผู้รอบรู้และเรียนรู้ที่จะพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ สำหรับมาตรา 26 กล่าวถึงการประเมินผู้เรียน โดยให้พิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับ ครูจึงต้องทำการวัดพัฒนาการของนักเรียนทั้งระหว่างดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนและหลังจากเสร็จสิ้นการจัดการเรียนการสอน การวัดจึงมิใช่ใช้เพียงแบบทดสอบ ดังนั้น ครูจึงต้องมีบทบาททั้งในการจัดกระบวนการเรียนรู้และการประเมินผู้เรียน หนึ่งในการประเมินที่เหมาะสมกับการจัดการเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติคือ การประเมินตามสภาพจริง”
                    การประเมินตามสภาพจริง เป็นทางเลือกใหม่ในการประเมินผลการเรียนรู้ สามารถนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนอย่างแท้จริง สามารถประเมินความสามารถ ทักษะ ความคิดเชิงระบบ ความคิดอย่างมีวิจารณญาณขั้นสูงที่ซับซ้อน ตลอดจนสามารถในการแก้ปัญหา และการประยุกต์ใช้วิธีต่างๆ การประเมินตามสภาพจริงเป็นการประเมินผลเพื่อดูความก้าวหน้า การแสดงออกของนักเรียนแต่ละคนบนรากฐานทางทฤษฎีตามพฤติกรรมการเรียนรู้แล้วทำการประเมินผล ในด้านหลักสูตรจะต้องพัฒนาไปพร้อมกับการประเมินตามสภาพจริงโดยการเรียนการสอน การประเมินผลต้องหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว และการประเมินผลต่อเนื่องตลอดเวลาในขณะที่กำลังเรียนและเป็นการเรียนโดยปฏิบัติจริง สอดคล้องหรือใกล้เคียงกับชีวิตจริงของผู้เรียน วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินตามสภาพจริงมีหลากหลาย การได้มาซึ่งผลการเรียนรู้ที่แท้จริงของนักเรียน ครูควรใช้วิธีการเก็บข้อมูลหลาย ๆ วิธีผสมผสานกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่หลากหลาย ครอบคลุมพฤติกรรมทุกด้าน และมีจำนวนมากเพียงพอที่จะประเมินผลที่เกิดขึ้นในตัวนักเรียนได้อย่างมั่นใจ และการที่ จะเลือกใช้วิธีการและเครื่องมือแบบใดนั้นต้องคำนึงถึงกิจกรรมที่วัด ความเหมาะสมของสาระการเรียนรู้
                  ในการทำวิจัยนั้นส่วนใหญ่จะเป็นการดำเนินการของผู้วิจัยแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่มีส่วนร่วม จากบุคคลอื่นในหน่วยงานนั้นๆ ในกระบวนการวิจัย นักวิจัยจะเป็นผู้แสดงบทบาทนำในการเริ่มทำวิจัย และเป็นผู้มีอำนาจรับผิดชอบในกระบวนการวิจัยทั้งหมด ตั้งแต่การตัดสินใจเลือกและกำหนดปัญหาวิจัย วางแผนการวิจัย ดำเนินการวิจัย จนกระทั่งนำผลการวิจัยไปใช้ตามที่ผู้วิจัยเห็นสมควร ตลอดจนกระบวนการดังกล่าวประชากรหรือกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนั้นๆ ไม่เคยมีโอกาสหรือมีส่วนร่วมในการออกความเห็นหรือร่วมรับรู้ในการวิจัยนั้นๆ เลย นอกจากเป็นผู้ให้ข้อมูลหรือเป็นสิ่งทดลองของการวิจัย หากแต่เป็นการสนองความอยากรู้ของผู้วิจัยแต่เพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นจึงพบอยู่เสมอว่า ผลการวิจัยมักจะอยู่บนหิ้งเมื่อทำเสร็จแล้ว สำหรับเป็นเอกสารทบทวนของผู้ที่จะทำวิจัยต่อไป หรือหากจะถูกนำไปใช้ในการกำหนดนโยบาย วางแผน หรือเพื่อแก้ปัญหาบ้างก็จะเป็นไปตามความคิดและวินิจฉัยของผู้วิจัยหรือผู้ใช้ผลวิจัย โดยที่ไม่เคยได้นำความคิด ความต้องการและความสนใจของประชากรและกลุ่มตัวอย่างของงานวิจัยไปร่วมพิจารณาเลย  (สมบัติ ท้ายเรือคำ. 2547 : 8-9) แต่ในขณะที่การทำวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเป็นการวิจัยที่บุคคลหลายฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ดำเนินการวิจัยเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมวิจัยทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์สภาพปัญหา การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์สรุปรายงานวิจัย (พันธุ์ทิพย์ รามสูต. 2540 : 32; รัตนะ บัวสนธ์. 2541 : 21) ในสภาพปัจจุบันพบว่า ครูต้องจัดการเรียนการสอนโดยเน้นนักเรียนเป็นสำคัญ และต้องใช้การประเมินตามสภาพจริง แต่ปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือ ครูขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินตามสภาพจริง และไม่มีทักษะในการประเมินตามสภาพจริง ตลอดจน มีเจตคติที่ไม่ดีต่อการประเมิน ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาความสามารถของการประเมินตามสภาพจริงของครู โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เนื่องจากการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเป็นการวิจัยที่มุ่งแก้ไขปัญหาหรือพัฒนางานของหน่วยงาน ตามแนวทางที่หลายฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการวิจัยทุกขั้นตอน
คำถามการวิจัย
 
            1. สภาพปัจจุบัน ปัญหา เกี่ยวกับการประเมินตามสภาพจริงของครูในโรงเรียน เป็นอย่างไร
            2. ความรู้ ความเข้าใจและทักษะของครูต่อการประเมินตามสภาพจริงเป็นอย่างไร
            3. ผลการพัฒนาครูให้มีความสามารถในการประเมินตามสภาพจริงโดยใช้กระบวนการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ในด้านความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ เจตคติและปัญหาอุปสรรคในการประเมิน เป็นอย่างไร
 
วัตถุประสงค์การวิจัย
 
              เพื่อพัฒนาความสามารถของครูในการประเมินตามสภาพจริง โดยใช้กระบวนการ วิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
 
วิธีดำเนินการวิจัย
 
               การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้เทคนิคการวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเป็นขั้นตอนในการดำเนินการวิจัย โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานวิจัย ดังนี้
 
ขั้นตอนที่ 1 การเลือกสนามวิจัย
ผู้วิจัยกำหนดสนามวิจัยโดยมีเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกสนามวิจัยดังนี้
             1.  มีปรากฏการณ์ตรงกับสิ่งที่ต้องการศึกษา 
            2. เป็นสนามวิจัยที่สามารถทำการวิจัยได้เสร็จตามเวลา
            3. มีความสะดวกในด้านการคมนาคม และการติดต่อสื่อสาร ใช้ระยะเวลาในการเดินทางไปเก็บรวบรวมข้อมูลไม่นานเกินไป
           4. ผู้วิจัยสามารถเข้าไปศึกษาวิจัยได้เป็นระยะๆผู้วิจัยได้ศึกษาข้อมูลจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดภาคกลางตอนบน จากเกณฑ์ดังกล่าวเพื่อดูข้อมูลเบื้องต้นของโรงเรียนในสังกัด พบว่า มีโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งเป็นโรงเรียนรูปแบบใหม่ในการจัดการศึกษา เพื่อทดลองนำร่อง 1 โรงเรียน ผู้วิจัยจึงได้ประสานข้อมูลเบื้องต้นกับผู้บริหารสถานศึกษา พบว่า คณะครูมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ผู้วิจัยเข้าไปทำการศึกษา โดยผู้บริหารสถานศึกษาทำการสำรวจความต้องการ จำเป็นเร่งด่วนของครูที่จะพัฒนาความสามารถของตนเอง พบว่า ประเด็นที่ครูมีความต้องการ คือ การประเมินตามสภาพจริงในชั้นเรียน ผู้วิจัยจึงเลือกศึกษาประเด็นดังกล่าวกับโรงเรียนแห่งนี้ โดยใช้เป็นสนามในการวิจัย
 
ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมตัวเข้าสนามวิจัย
                ผู้วิจัยศึกษาประเด็นตามที่วางแผนไว้ในการตอบคำถามการวิจัย โดยศึกษาเอกสารเกี่ยวกับการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม และการประเมินตามสภาพจริง เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล จากนั้นจึงเตรียมการเพื่อเข้าสู่สนามวิจัย โดยเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับสุขภาพของผู้วิจัยเอง เพื่อให้สามารถดำเนินการเก็บข้อมูลได้อย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาในเรื่องของการเจ็บป่วยในระหว่างเก็บรวบรวมข้อมูล และเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับเรื่องของการแต่งกายของผู้วิจัยไม่ให้ขัดหรือแปลกแยกกับวิถีชีวิตของบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีศึกษาที่ดำเนินการวิจัย นอกจากนั้นเป็นการเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติงานภาคสนาม เช่น สมุดบันทึกภาคสนาม เครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็ก กล้องถ่ายภาพ เป็นต้น จากนั้นจึงติดต่อกับบุคคลที่เกี่ยวข้องอันได้แก่ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา หัวหน้ากลุ่มนโยบายและแผน และศึกษานิเทศก์ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยเข้าไปทำความรู้จักและสร้างสัมพันธภาพที่ดีเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนมากที่สุด
 
ขั้นตอนที่ 3 การเข้าสนามวิจัย
                 ผู้วิจัยใช้วิธีการในการเข้าสนามวิจัย โดยดำเนินการสร้างความคุ้นเคยและความไว้วางใจ แนะนำตนเองตามสถานภาพและบทบาทที่แท้จริง (Overt Role) กับบุคคลต่างๆ ในสนามวิจัย ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา คณะครูในโรงเรียน เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการเข้าไปดำเนินการวิจัยในสนามวิจัย และเพื่อให้ผู้วิจัยได้รับการยอมรับจากสมาชิกในสนามวิจัยว่า คณะผู้วิจัยเป็นสมาชิกของสังคมในสนามการวิจัย หรือที่เรียกว่ามีสถานภาพเป็นคนใน ไม่มีสถานภาพเป็นคนแปลกหน้าหรือคนนอก สำหรับระยะเวลาในการเข้าสนามวิจัยนั้น ผู้วิจัยใช้ระยะเวลาในการเข้าสนามวิจัยเป็นระยะ เวลา 12 เดือน (เดือน มีนาคม 2549 ถึง เดือน มีนาคม 2550) โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบเข้าไปสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมอย่างไม่สมบูรณ์ การสัมภาษณ์และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกตามประเด็นที่ผู้วิจัยกำหนด การจดบันทึกภาคสนาม การศึกษาเอกสาร/สิ่งพิมพ์ นอกจากนั้นยังใช้อุปกรณ์ช่วยประกอบในการเก็บข้อมูล ได้แก่ กล้องถ่ายรูป และเครื่องบันทึกเสียงขนาดเล็ก เพื่อใช้บันทึกเสียงผู้ให้สัมภาษณ์ตามประเด็นต่างๆ ประกอบกัน
 
ขั้นตอนที่ 4 การดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลในสนามวิจัยที่เป็นกรณีศึกษา ดังนี้
          1. การศึกษาข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการพัฒนาความสามารถในการประเมินตามสภาพจริง  
                   1.1  สร้างความสนใจร่วม ผู้วิจัยดำเนินการสร้างสัมพันธ์ โดยการแนะนำตนเองตามสถานภาพและบทบาทที่แท้จริงกับบุคคลต่างๆในสนามวิจัย และทำการชักชวนให้ครูมีความสนใจในการพัฒนาความสามารถของตนเอง โดยเฉพาะ ประเด็นการประเมินตามสภาพจริง ซึ่งเป็นความสนใจเดิมของคณะครู (ได้จากข้อสรุปในการประชุมครูของผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อรับทราบความต้องการจำเป็นที่แท้จริงของคณะครูในโรงเรียน) เพื่อใช้ประโยชน์ในการดำเนินการจัดการเรียนการสอนปกติ ในการสร้างความสนใจร่วมในครั้งนี้พบว่า มีครูที่สนใจในการพัฒนาความสามารถในการประเมินตามสภาพจริงครั้งนี้ จำนวน 4 คน เป็นครูชาย 1 คน และครูหญิง 3 คน
                   1.2  การศึกษาข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการพัฒนา โดยทำการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการของผู้ใช้วิธีการ ความรู้ และทักษะจำเป็นในการทำการประเมินตามสภาพจริง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนในการดำเนินการพัฒนาความสามารถของครู ดังนี้
                   การศึกษาข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการพัฒนาความสามารถของครูในการประเมินตามสภาพจริง โดยใช้เทคนิคการสังเกตแบบมีส่วนร่วม การสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการ และการสนทนากลุ่ม ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นคือ
                             1). ข้อมูลเบื้องต้นทั่วไป โดยมีรายละเอียดในการศึกษา ดังนี้
                             - สภาพทั่วไปของโรงเรียน
                             - ลักษณะการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
                             - ปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และวิธีการแก้ปัญหา
                             2) ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพการดำเนินการประเมินตามสภาพจริงของครู ปัญหาและความต้องการความรู้ เนื้อหาสาระ และทักษะที่จำเป็นในการดำเนินการประเมินตามสภาพจริง โดยมีรายละเอียดในการศึกษา ดังนี้
                             - สภาพการดำเนินการประเมินตามสภาพจริงในปัจจุบัน
                             - ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการ และไม่ดำเนินการประเมินตามสภาพจริง
                             - ความรู้ ความเข้าใจ และเจตคติของครูในการดำเนินการประเมินตามสภาพจริง
                   2  การพัฒนาความสามารถของครูในการประเมินตามสภาพจริง ผู้วิจัยดำเนินงานพัฒนาความสามารถในการประเมินตามสภาพจริง โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 
                             2.1 ขั้นการให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินตามสภาพจริง 
          ผู้วิจัยดำเนินการโดยจัดประชุมครูเพื่อร่วมกันวางแผนการดำเนินการพัฒนา ความ สามารถของครูในการประเมินตามสภาพจริง โดยนำข้อสรุปที่ได้จากการจัดประชุมครั้งนี้ มาดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งความสามารถของครูในการประเมินตามสภาพจริง หลังจากนั้นผู้วิจัยได้นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการพัฒนาความสามารถของครูในการประเมินตามสภาพจริง (ในข้อ 1) มาประกอบในการพัฒนา
                             2.2 ขั้นทดลองการประเมินตามสภาพจริงของครูในชั้นเรียน 
         หลังจากที่ผู้วิจัยได้ดำเนินการในขั้นที่ 2.1 คือขั้นการให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินตามสภาพจริง ผู้วิจัยได้ให้ครูที่ร่วมกันพัฒนาความสามารถในการประเมินตามสภาพจริงเป็นผู้ทดลองใช้กระบวนการประเมินตามสภาพจริงในชั้นเรียน เป็นระยะเวลา 1 ภาคเรียน และพิจารณาผลที่เกิดจากการทดลองประเด็นดังต่อไปนี้
          1)ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาและกระบวนการประเมินตามสภาพจริง 
                   ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการประชุมกลุ่มย่อย สัมภาษณ์ พร้อมทั้งให้ครู
อธิบายเกี่ยวกับหลักการและวิธีการในการประเมินตามสภาพจริง 
          2)ทักษะการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการประเมินตามสภาพจริง
                   ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลโดยพิจารณาผลการปฏิบัติงานในการประเมินตามสภาพจริงโดยดูจากแผนการจัดการเรียนรู้ว่า มีความสอดคล้องกันระหว่างผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการประเมินผลการเรียนรู้หรือไม่ และพิจารณาจากเครื่องมือในการประเมินผลการเรียนรู้ของครูประกอบการพิจารณาด้วย
          3)เจตคติที่มีต่อการประเมินตามสภาพจริง
                   ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ สังเกตความสนใจ และความตั้งใจในการปฏิบัติงานของครู
          4) ปัญหาและอุปสรรคจากการทดลอง
                   ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลโดยประชุมกลุ่ม การสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ และการสังเกตเพื่อรับทราบปัญหาและอุปสรรคจากการทดลองใช้
 
          ขั้นตอนที่ 5 การวิเคราะห์ข้อมูล
                   ผู้วิจัยกำหนดวิธีตรวจสอบความเที่ยงตรงของข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ ด้วยวิธีการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า (Triangulation) ดังต่อไปนี้
                  การตรวจสอบสามเส้าด้านข้อมูล (Data Triangulation) เป็นการตรวจสอบข้อมูลที่ได้มาว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากแหล่งที่มาของข้อมูลที่ต่างแหล่งกันว่า ถ้าข้อมูลที่มาจากแหล่งต่างกันแล้วยังมีความเหมือนกัน หรือคงเส้นคงวาหรือไม่ ทั้งนี้แหล่งที่กล่าวมาได้แก่ แหล่งเวลา แหล่งบุคคล และแหล่งสถานที่ การตรวจสอบสามเส้าด้านวิธีรวบรวมข้อมูล (Methodological Triangulation) เป็นการใช้วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการต่าง ๆ กัน เพื่อรวบรวมข้อมูลเรื่องเดียวกัน ได้แก่ การสังเกต การสัมภาษณ์ และเอกสารบันทึก
        หลังจากตรวจสอบข้อมูลแล้วผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ข้อมูลแบบสร้างข้อสรุปโดยใช้การวิเคราะห์แบบการสร้างข้อสรุปอุปนัย (Analytic Induction) และการวิเคราะห์โดยการเปรียบเทียบข้อมูล (Constant Comparison)
 
ข้อเสนอแนะ
         
          1. ข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลการวิจัยไปใช้
                   1.1 จากผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาครูโดยนำกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเข้ามาเป็นวิธีการดำเนินการนั้นทำให้ครูมีความรู้ ความเข้าใจ เจตคติ และทักษะในการประเมินตามสภาพจริงมากขึ้น ดังนั้นสถานศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบในการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา เช่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ควรนำกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมมาเป็นวิธีการดำเนินการในการพัฒนาครูในเรื่องอื่นๆ
                   1.2 จากการวิจัยพบว่า การจัดกระบวนการเรียนการสอนโดยใช้การประเมินสภาพจริงทำให้นักเรียนเกิดพัฒนาการเรียนรู้ที่ดีขึ้น และมีความสนุกกับการเรียน และครูสามารถประเมินการเรียนรู้ของนักเรียนได้ตรงกับความสามารถที่แท้จริงของนักเรียน ทำให้ครูสามารถแก้ปัญหาการเรียนรู้ของนักเรียนได้ทันการณ์  ดังนั้นครูควรใช้การประเมินตามสภาพจริงเพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนในทุกสาระการเรียนรู้และทุกชั้นปี  
 
          2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป  
                   2.1 จากผลการวิจัยพบว่า ครูส่วนใหญ่ขาดความรู้ และทักษะในการปฏิบัติเกี่ยวกับการประเมินตามสภาพจริง ดังนั้นควรมีการทำการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมครูให้มีความรู้ความสามารถในการประเมินตามสภาพจริง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาความรู้ความสามารถของครู
2.2 จากผลการวิจัยพบว่า โรงเรียนไม่มีแนวทางในการปฏิบัติ และขาดหลักเกณฑ์การวัดผลและการประเมินผลที่ถูกต้อง จึงควรมีการทำการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผลตามสภาพจริงในทุกสาระการเรียนรู้เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติให้กับสถานศึกษา
  
เอกสารอ้างอิง
 
กานต์รวี บุษยานนท์. (2546).  สภาพและปัญหาการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้      สังคมศึกษา ศาสนาและ  วัฒนธรรม ในโรงเรียนแกนนำ สังกัดกรมสามัญศึกษา      กรุงเทพมหานคร. ปริญญานิพนธ์ กศ.ด. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.
เติมศักดิ์ คทวณิช. (2547). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น.
ธานี อ่วมอ้อ. (2547). การบำรุงรักษาด้วยตนเอง.  กรุงเทพฯ: สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.
บุญชม ศรีสะอาด. (2526). แบบทดสอบความถนัด. มหาสารคราม: มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคราม.
พัชรี  ขันอาสะวะ. (2544). การประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาครูด้านการจัดการ เรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง.  วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาวิจัยการศึกษา  คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พันธุ์ทิพย์ รามสูต. (2540).  การวิจัยปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม. นครปฐม : สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล (ศาลายา).
รัตนะ บัวสนธ์. (2541). วิธีวิจัยเชิงคุณภาพทางการศึกษา. พิษณุโลก : ภาควิชาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ศักรินทร์ สุวรรณโรจน์. (2542). “ครูตามแนวพระราชดำริ,” วารสารข้าราชการครู. 19 (5) :          42 มิถุนายน – กรกฎาคม.
วิชัย วงศ์ใหญ่.   (2544). “หลักและแนวทางการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา,” สานปฏิรูป          ธันวาคม : 52-54.
ส.วาสนา ประวาลพฤกษ์ (2541) “การประยุกต์ใช้การวัดและประเมินผลความสามารถจริงในสภาพการเรียนการสอน”. วารสารการวัดผลการศึกษา. 17(51) : 32 – 41; มกราคม-เมษายน
สมบัติ ท้ายเรือคำ. (2547) การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาหลักสูตรการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนสำหรับครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ปริญญานิพนธ์ กศ.ด. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สิริพร ทิพย์คง. (2541). การเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในยุคโลกาภิวัตน์. กรุงเทพฯ : กองทุน ศ.ดร.อุบล เรียงสุวรรณ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2543) ปฏิรูปการเรียนรู้ผู้เรียนสำคัญที่สุด. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2545) แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2545 – 2550). กรุงเทพฯ : พริกหวานกราฟฟิค.
Coleman, P and others. (1986).   “The Good School District : A Critical Examination of
          the Adequacy of Student Achievement and per Pupil Expenditures as
          Measure of School District Effectiveness,” in Journal of Educational Finance.
          12 : 71 – 96.
Mcguire, W. (1969). The Nature of Attitude and Attitude Change.   Boston, MA:
          Addition  Wesley Publishing Co..
PHP-Nuke
ติดประกาศ Monday 28 Jul 08@ 09:22:53 ICT โดย nuanphan
 
· ข้อมูลเพิ่มเติม PHP-Nuke
· เสนอข่าวโดย nuanphan


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด PHP-Nuke:
วิถีชีวิตของผับ และนิสิตติดผับ ข้างรั้วมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

คะแนนเฉลี่ย: 5
จำนวนผู้ลงคะแนน: 2


โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่


 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

ความคิดเห็นที่แสดงนี้เป็นของเป็นของผู้ลงประกาศ. ทางเว็บไซต์ ไม่ขอรับผิดชอบในเนื้อหาเหล่านี้.

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น , โปรด ลงทะเบียน

Haley (จำนวน: 1)
โดย mhho (xhaoren@gmail.com) เมื่อ Thursday 01 Dec 11@ 14:59:10 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป) http://www.rubwatches.com
Delighted i discovered, this excellent website, Another good site is will be sure to bookmark it so i can drop by frequently.



halter dresses (จำนวน: 1)
โดย yaya (xiaozhou1101@yahoo.com) เมื่อ Tuesday 07 Aug 12@ 08:39:07 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป) http://www.jreplicawatches.com/
The blog article very surprised to me! Your writing is good. In this I learned a lot! Thank you



cute casual dresses (จำนวน: 1)
โดย yaya (xiaozhou1101@yahoo.com) เมื่อ Wednesday 15 Aug 12@ 19:09:13 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป) http://www.jreplicawatches.com/
This post was very nicely written, and it also contains many useful facts. I appreciated your distinguished manner of writing this post. Thanks, you have made it easy for me to understand.



plus size dresses for weddings (จำนวน: 1)
โดย yaya (xiaozhou1101@yahoo.com) เมื่อ Wednesday 15 Aug 12@ 19:17:20 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป) http://www.jreplicawatches.com/
Your Website is awesome. Thank you so much for giving plenty of useful information. I have bookmark your blog siteand will be without doubt coming back. Once again, I appreciate all your work and also providing a lot vital tips for your readers.



Philip (จำนวน: 1)
โดย Kelly เมื่อ Tuesday 19 Feb 13@ 10:41:25 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป)
correct back down once more. Rolex watches [www.writewatches.com] I explained to him that I wasn"t certain I had the proper shoes for the deal and he just advised me to put on some thing having a rubber sole.I opened my oven (I am out of closet space, do not judge me) and following a lengthy pause asked "โ€ฆ cheap fake rolex [www.writewatches.com] . Bell & Ross watches [www.writewatches.com] so the Diors then rolex replica watches [www.writewatches.com]?"We didn"t go for that walk.Right here are the moderately inoffensive, lesser of numerous numerous evils Celeste Canvas Crocs fake watches [www.writewatches.com] , pointed out to me by my buddy Harridan P.I suppose these are the ones to put on in the event you Should (see headline) put on Crocs Breiting watches [www.writewatches.com] . They"re affordable and as a note of practicality replica watches for sale [www.writewatches.com] , may be a great shoe to have inside your emergency vehicle kit in case you break down within the middle from the night wearing your Miu Miu teacups (for which I"d murder you, your relations as well as your third grade math teacher) and need to hoof



Mitchell (จำนวน: 1)
โดย Kelly เมื่อ Friday 12 Apr 13@ 21:54:10 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป)
White Dresses 2013 [www.dimdresses.com] extra low-key style evening dresses cheap [www.dimdresses.com].Think about that this bridesmaids" garments come in your neck-line location.Do the gowns have a great as well as lower neck-line, bridesmaid dresses 2013 [www.dimdresses.com] black bridesmaid dresses [www.dimdresses.com] or perhaps is it sleeveless using or perhaps without the need of spencer? casual dresses 2013 [www.dimdresses.com] Perform the gowns have got expensive styles or adornments, or perhaps is he or she stated in a simple style discount bridesmaid dresses [www.dimdresses.com] bridesmaid dresses [www.dimdresses.com] ? bridesmaid dresses [www.dimdresses.com] The marriage ceremony bracelets ought to go with the items are often, nevertheless it really should not be the most recognizable item with your wedding party.Be sure you pick out diamond that wont record the eyes of everybody plus disturb all of them with the key concept in the marriage ceremony -mom and her soon-to-be husband!AccessorizeYou might also buy wedding and reception hair equipment and other merchandise coupled with attendant bracelets and give these kind of in concert inside a gift idea set.Your hairpieces is usually very simple bows and also wonderful fascinators.Ensure they


PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2006 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.20 วินาที