· หน้าแรก
· กระดานข่าว
· ข่าวสารส่วนตัว
· ติดต่อเรา
· ถามกันบ่อย
· แนะนำและบอกต่อ
· เผยแพร่ข่าวสาร
· ภาพข่าวกิจกรรม
· รายนามสมาชิก
· วารสาร
· สถิติการเข้าชม
· สมุดเยี่ยม
· อัลบั้มภาพ

หนังสือแนะนำ

วิธีการเชิงผสมผสาน
สำหรับการวิจัยและประเมิน :

                                      180.-

การวิจัยและพัฒนา
นวัตกรรมทางการศึกษา :
250.-

การวิจัยเชิงคุณภาพ
ทางการศึกษา :
275 . -


ปรัชญาวิจัย :
320 . -

การประเมินนเรศวร :
  150 . -
ทฤษฎี รูปแบบ และแนวทาง
การประเมิน

ทิศทางและอาณาบริเวณ
การประเมิน:
  165.-

 


คำเตือน!
 การพยายามเข้าระบบจัดการ โดยผู้ที่ไม่ใช่เว็บมาสเตอร์ IP ดังกล่าวจะถูกระงับการใช้งานทันที

สำหรับผู้ดูแลเว็บ
ชื่อเรียก
รหัสผ่าน

ข้อความทั้งหมด   
 
อดีตที่ผ่านมา ความเป็นจริงที่ดำรงอยู่และอนาคตที่จะเปลี่ยนไปของชุมชนบ้านแขก

รัตนะ บัวสนธ์ และคณะ

บทคัดย่อ
           การวิจัยเรื่อง อดีตที่ผ่านมา ความเป็นจริงที่ดำรงอยู่และอนาคตที่จะเปลี่ยนไป ของชุมชนบ้านแขก มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะสภาพทั่วไปของชุมชน การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางสังคมของชุมชน ระบบการเมืองการปกครองและการจัดสวัสดิการสังคมของชุมชน วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของกลุ่มคนในชุมชน และปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงของชุมชน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบกรณีศึกษา (Case Study) ใช้ระยะเวลาในการศึกษาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2548 ถึงเดือนธันวาคม 2549 รวมระยะเวลา 1 ปี 1 เดือน ซึ่งกำหนดช่วง เวลาในการศึกษา 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ตั้งแต่แรกตั้งชุมชนถึงการเริ่มก่อสร้างมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2526 ช่วงที่ 2 ระหว่าง พ.ศ. 2527 - 2548 และช่วงที่ 3 หลัง พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป



จากการศึกษา พบว่า
            1.ลักษณะและสภาพทั่วไปของชุมชน พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากในอดีต โดยชุมชนมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการแปรเปลี่ยนสภาพของชุมชนที่เป็นชุมชนชนบทที่มีวิถีชีวิตเกี่ยวพันกับการเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม มาเป็นชุมชนชานเมืองที่มีระบบเศรษฐกิจและวิถีชีวิตแบบทุนนิยมมากขึ้น ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปลักษณ์ของที่พักอาศัย รูปแบบของการคมนาคมขนส่งและระบบสาธารณูปโภคในชุมชน โดยความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเกิดเนื่องจากการเข้ามาของระบบชลประทานและการก่อตั้งของมหาวิทยาลัยนเรศวร
            2.การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางสังคมของชุมชนพบว่าสะท้อนออกมาในรูปของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากร บริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป รวมตลอดถึงระบบเศรษฐกิจของชุมชน โดยพบว่าระบบเศรษฐกิจตามสภาพดั้งเดิมของชุมชนบ้านแขกนั้นถูกกำหนดด้วยลักษณะนิเวศวิทยาหรือสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ หากแต่เมื่อมีการเข้ามาของระบบชลประทานและการก่อตั้งของมหาวิทยาลัยนเรศวร ทำให้ชาวบ้านแขกเปลี่ยนวิธีการผลิตจากการผลิตเพื่อยังชีพเป็นการผลิตเพื่อขายมากขึ้น และระบบการตลาดแบบทุนนิยมก็เข้ามามีบทบาทต่อวิถีการดำเนินชีวิตของคนบ้านแขกมากขึ้นตามลำดับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้โครงสร้างประชากรและสภาพทางสังคมของชุมชนบ้านแขกเปลี่ยนแปลงไป
            3 ระบบการเมืองการปกครองและการจัดสวัสดิการสังคมของชุมชน พบว่าเป็นรูปแบบที่รองรับระบบบริหารจัดการการเมืองการปกครองของประเทศ โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของวิถีการปกครอง บทบาทหน้าที่ วิธีการที่ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครอง ตลอดจนปฏิสัมพันธ์ระหว่างชาวบ้านกับผู้มีอำนาจในการปกครอง ซึ่งมีทั้งด้านที่เป็นผลดีและด้านที่เป็นผลเสียต่อชุมชน ในขณะที่การจัดสวัสดิการทางสังคมในชุมชนบ้านแขกนั้น พบว่ามีความพร้อมมากขึ้นมาตามลำดับ หากแต่ยังคงเป็นการเน้นในเชิงรับมากกว่าที่จะรุกเพื่อสร้างสุขภาพของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน
            4. วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของกลุ่มคนในชุมชน พบว่าชุมชนบ้านแขกมีการสั่งสมทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจนพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต การประกอบอาชีพ ตลอดจนความเชื่อและความศรัทธาทางศาสนามาอย่างต่อเนื่องซึ่งแสดงออกมาในรูปของพิธีกรรม แต่จากการที่มีความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างสังคมของชุมชนในหลายๆด้าน ทำให้รากฐานทางวัฒนธรรมประเพณีของชาวชุมชนบ้านแขกหลายๆด้านเกิดภาวะคลอนแคลนและบางส่วนก็สูญหายไปจากชุมชน โดยเฉพาะวัฒนธรรมที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาวะหรือบริบทของสิ่งแวดล้อมแบบใหม่ๆ ได้
            5. ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงในชุมชน พบว่าสามารถจำแนกออกได้เป็น 2 ระยะคือ ระยะแรกในช่วงปี 2525 ได้แก่การที่มีระบบชลประทานเข้ามาในชุมชน ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเกษตร จากระบบการเกษตรแบบพอเพียงเป็นระบบการเกษตรแบบการค้าซึ่งมีผลกระทบต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจเป็นส่วนใหญ่ และระยะที่สองในช่วงปี 2533 ซึ่งได้แก่การเข้ามาตั้งมหาวิทยาลัยนเรศวร ชุมชนได้เกิดการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดดส่งผลกระทบในวิถีชีวิตเกือบทุกด้าน นับตั้งแต่ระบบเศรษฐกิจ โครงสร้างทางสังคม โครงสร้างประชากร ระบบสาธารณูปโภค การจัดสวัสดิการทางด้านสังคมต่าง ๆ รวมตลอดถึงวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของชุมชน ทำให้ชาวบ้านแขกจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถปรับตัวเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ทัน และประกอบกับการไหลบ่าเข้ามาในชุมชนของบุคคลภายนอก ทำให้เกิดปัญหาทางสังคมแก่ชุมชนบ้านแขกอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
            สังคมกับมนุษย์มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน มนุษย์ไม่สามารถอยู่ตามลำพังได้ถ้าไม่มีสังคม และสังคมจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีมนุษย์อยู่รวมกัน ด้วยความที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่จะต้องมีการดำรงชีวิตเป็นหมู่เป็นกลุ่มเป็นชุมชน การมีปฏิสัมพันธ์ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์และในขณะเดียวกันก็เกิดปัญหาระหว่างกัน การเปลี่ยนแปลงทางสังคมเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา โดยสังคมไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงจากอดีตจนถึงปัจจุบันใน 2 ลักษณะคือ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่มีลักษณะก้าวหน้า อีกลักษณะหนึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่มีลักษณะยึดแนวเดิม ซึ่งยังต้องการรักษาค่านิยม ขนบธรรมเนียม ประเพณีเดิมเอาไว้ควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
            ชุมชนบ้านแขก ตั้งอยู่ในตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มีจุดเด่นที่น่าสนใจ คือ เป็นชุมชนเก่าแก่ เป็นชุมชนเกษตรกรรม มีระบบเศรษฐกิจแบบเกษตรกรรมดั้งเดิม ชาวบ้านมีวิถีชีวิตผูกพันอยู่กับธรรมชาติ แต่ในปัจจุบันได้รับผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม อันเนื่องมาจากการก่อสร้างมหาวิทยาลัยนเรศวร ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2527 ซึ่งการตั้งสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาขึ้นใหม่ในแต่ละพื้นที่นั้น สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นคือการพัฒนาชุมชนรอบมหาวิทยาลัย ผลกระทบจากการที่มีมหาวิทยาลัยในพื้นที่ชุมชนสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ทั้งทางด้านความหนาแน่นของพื้นที่ ระบบสาธารณูปโภค วิถีการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาธุรกิจบริการด้านที่พักอาศัยสำหรับนักศึกษา จึงพบว่าสภาพสังคมของชุมชนรอบที่ตั้งมหาวิทยาลัยมีความเจริญอย่างรวดเร็ว สภาพในอดีต ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตจะแตกต่างกันอย่างมากในระยะเวลาไม่กี่สิบปี มีประชากรย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานเพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม มีปัญหาทางด้านสังคมและ สิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น จากความสำคัญดังกล่าวข้างต้น ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาชุมชนบ้านแขกว่ามีความเป็นมาอย่างไร ปัจจุบันที่ดำรงอยู่เป็นอย่างไรและในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไรในท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมโดยรอบมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการอนุรักษ์ พัฒนาและแก้ปัญหาสังคมของชุมชนบ้านแขกต่อไป

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
            การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวชุมชนบ้านแขก ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อศึกษา
            1. ลักษณะสภาพทั่วไปของชุมชน
            2. การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางสังคมของชุมชน
            3. ระบบการเมืองการปกครองและการจัดสวัสดิการสังคม
            4. วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของกลุ่มคนในชุมชน
            5. ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงของชุมชน

ขอบเขตของการวิจัย
            ในการศึกษาครั้งนี้ มีขอบเขตของการวิจัย ดังนี้
            1.ขอบเขตด้านระเบียบวิธีวิจัย การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาด้วยระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research Methodology) แบบกรณีศึกษา (Case Study)
            2.ขอบเขตด้านพื้นที่ที่ใช้ในการวิจัย ผู้วิจัยเลือกศึกษาชุมชนบ้านแขก(หมู่ที่ 8) ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
            3.ขอบเขตด้านระยะเวลาที่ศึกษา ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2548 ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2549 
            4.ขอบเขตด้านเนื้อหา ผู้วิจัยได้กำหนดประเด็นที่จะศึกษาเป็น 3 ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงที่ 1 ความเป็นมาและสภาพของชุมชนบ้านแขก ตั้งแต่แรกตั้งชุมชนถึงการเริ่มก่อสร้างมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2526 ช่วงที่ 2 สภาพการดำรงอยู่ของชุมชนบ้านแขกในปัจจุบัน (พ.ศ. 2527 - 2548) ช่วงที่ 3 แนวโน้มในอนาคตของสภาพชุมชนบ้านแขก (หลัง พ.ศ. 2548 )โดยในแต่ละช่วงได้กำหนดประเด็นศึกษา ไว้เหมือนกันคือ 1)ลักษณะและสภาพทั่วไปของชุมชน 2) การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางสังคมของชุมชน 3)ระบบการเมืองการปกครองและการจัดสวัสดิการสังคม 4)วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของกลุ่มคนในชุมชน และ 5)ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงในชุมชน

วิธีดำเนินการวิจัย
             การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบกรณีศึกษา (Case Study) โดยผู้วิจัยดำเนินการศึกษาตามขั้นตอนดังนี้
            ขั้นตอนที่ 1 การเลือกสนามวิจัย
            ผู้วิจัยกำหนดสนามวิจัยโดยมีเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกชุมชนประกอบด้วย 1)มีประวัติความเป็นมา แบบแผนการดำเนินชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อศาสนา วัฒนธรรมที่หลากหลาย และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 2) มีอาณาเขตไม่กว้างจนเกินไป 3)มีความสะดวกในด้านการคมนาคม และการติดต่อสื่อสาร ใช้ระยะเวลาในการเดินทางไปเก็บรวบรวมข้อมูลไม่นานเกินไป และ 4) ผู้วิจัยสามารถเข้าไปศึกษาวิจัยได้เป็นระยะๆ
             ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมตัวเข้าสนามวิจัย
             ผู้วิจัยเตรียมตัวเข้าสนามวิจัย โดยเตรียมความพร้อมในทางด้านสุขภาพของตนเอง เพื่อให้สามารถดำเนินการเก็บข้อมูลได้อย่างราบรื่น และแต่งกายไม่ให้ขัดหรือแปลกแยกกับวิถีชีวิตของบุคคลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับกรณีศึกษา เตรียมความรู้ โดยศึกษาข้อมูลพื้นฐานของชุมชน เช่น การใช้ภาษา ความเชื่อ ข้อห้าม เตรียมอุปกรณ์ และเตรียมการประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

            ขั้นตอนที่ 3 การเข้าสนามวิจัย
            ผู้วิจัยดำเนินการสร้างความคุ้นเคยและความไว้วางใจ โดยการแนะนำตนเองต่อกำนันและผู้ใหญ่บ้าน และบุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย เช่น ชาวบ้านในชุมชน โดยแสดงสถานภาพและบทบาทที่แท้จริง (Overt Role) ว่าเป็นนิสิตระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยแจ้งวัตถุประสงค์ว่าเพื่อต้องการศึกษาชุมชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยเชิงคุณภาพขั้นสูง
            ขั้นตอนที่ 4 การสร้างความสัมพันธ์
            ผู้วิจัยสร้างความสัมพันธ์กับสมาชิกภายในชุมชน โดยกำหนดผู้ให้ข้อมูลสำคัญ
และเข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญของชุมชน ตลอดจนอาศัยสถานที่ที่เป็นศูนย์กลางในการพบปะระหว่างสมาชิกชุมชนในการเก็บข้อมูล
             ขั้นตอนที่ 5 การกำหนดแหล่งข้อมูล 
             ผู้วิจัยได้กำหนดแหล่งข้อมูลที่ใช้การวิจัย ประกอบด้วย 1)บุคคลที่จะให้ข้อมูล คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าอาวาส ผู้อาวุโส ครู พัฒนากร อบต. อสม. ผู้นำชุมชน กลุ่มแม่บ้าน พ่อค้าแม่ค้า และชาวบ้านในชุมชน 2)สถานที่ในดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ วัด ร้านค้า โรงเรียน อบต.และบ้านในชุมชน 3) เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นระยะเวลา 1 ปี 1 เดือน (ธันวาคม 2548 – ธันวาคม 2549) โดยช่วงเวลาที่ใช้ จะเป็นตามความเหมาะสม และความสะดวกของผู้ให้ข้อมูลเป็นหลัก
            ขั้นตอนที่ 6 การดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล
            ภายหลังจากที่ผู้วิจัยได้สร้างความสัมพันธ์กับสมาชิกภายในชุมชนแล้ว จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนาม ได้แก่การสำรวจข้อมูลพื้นฐานของชุมชน การทำแผนที่ชุมชน การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะและสภาพตามกรอบประเด็นที่จะศึกษาที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์ โดยในระหว่างการเก็บข้อมูลภาคสนามนั้น ผู้วิจัยได้ดำเนินการสรุปข้อมูลในทุกครั้งที่กลับจากสนามวิจัย เพื่อร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง ความครบถ้วนของข้อมูล
             ขั้นตอนที่ 7 เครื่องมือและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
             เครื่องมือ ได้แก่ ตัวผู้วิจัยเอง โดยใช้เทคนิควิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ การสังเกตแบบมีส่วนร่วม การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง และการสนทนากลุ่ม
             ขั้นตอนที่ 8 การวิเคราะห์ข้อมูล
             ผู้วิจัยกำหนดวิธีตรวจสอบความเที่ยงตรง (Validity) ของข้อมูลด้วยวิธีการตรวจสอบข้อมูล แบบสามเส้าด้านข้อมูล(Data Triangulation) และด้านวิธีรวบรวมข้อมูล (Methodological Triangulation) และหลังจากการตรวจสอบข้อมูลแล้ว ผู้วิจัยทำการวิเคราะห์ข้อมูลแบบสร้างข้อสรุปโดยใช้การวิเคราะห์แบบการสร้างข้อสรุปอุปนัย (Analytic Induction)
             ขั้นตอนที่ 9 การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล
             ผู้วิจัยนำเสนอในลักษณะการใช้ข้อความบรรยายประกอบภาพ และยกคำพูดข้อความของบุคคลสำคัญประกอบการบรรยาย รวมถึงการสถิติข้อมูลเบื้องต้น ได้แก่ ร้อยละ ความถี่ ประกอบเพื่อนำเสนอข้อมูลตามลำดับประเด็นที่กำหนดไว้ โดยฉายภาพของชุมชนบ้านแขก ออกมาตามประเด็นที่ศึกษา โดยเรียงร้อยเรื่องราวของชุมชนบ้านแขกทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตไปพร้อมๆ กัน อีกทั้งเชื่อมโยงปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงของชุมชนบ้านแขก เพื่อให้เกิดความเข้าใจในแต่ละประเด็นอย่างแจ่มชัด จากนั้นจึงจะได้ขมวดปม สรุปและอภิปรายผลในภาพรวมอีกครั้งหนึ่ง

สรุปผลการวิจัย
            จากการศึกษา พบว่า
            1. ลักษณะและสภาพทั่วไปของชุมชน พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากในอดีต โดยชุมชนมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการแปรเปลี่ยนสภาพของชุมชนที่เป็นชุมชนชนบทมาเป็นชุมชนชานเมืองหรือชุมชนแบบกึ่งเมือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาในรูปลักษณ์ของที่พักอาศัย ที่ปรับเปลี่ยนจากบ้านไม้เพื่อการอยู่อาศัยหรือการเก็บเครื่องมือเครื่องใช้ในการเกษตร มาเป็นตึกหรืออาคารพาณิชย์เพื่อการค้าและการให้บริการมากขึ้น รวมตลอดถึงรูปแบบของการคมนาคมขนส่งและระบบสาธารณูปโภคในชุมชน ที่มีการสร้างและพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อแนวคิดหรือวิถีชีวิตแบบคนเมืองมากขึ้น
            2. การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางสังคมของชุมชน พบว่าสะท้อนออกมาในรูปของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากร บริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป รวมตลอดถึงระบบเศรษฐกิจของชุมชน โดยพบว่าระบบเศรษฐกิจในชุมชนบ้านแขกมีการเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากการเข้ามาของระบบชลประทานและการก่อตั้งมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชน และส่งผลกระทบต่อระบบโครงสร้างของประชากร ตลอดจนบริบททางสังคมที่เกี่ยวข้อง และในขณะเดียวกันระบบโครงสร้างประชากรหรือบริบททางสังคมเอง ก็เป็นตัวสะท้อนของความแปรเปลี่ยนของระบบเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของคนในชุมชนบ้านแขกเช่นเดียวกัน
            3. ระบบการเมืองการปกครองและการจัดสวัสดิการสังคมของชุมชน พบว่าเป็นรูปแบบที่สะท้อนถึงการแปรเปลี่ยนเพื่อรองรับกระแสของความเปลี่ยนแปลงของระบบบริหารจัดการที่เกิดจากกระแสของการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระดับประเทศเป็นหลัก และผลดังกล่าวก็ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของวิถีการปกครอง บทบาทหน้าที่ วิธีการที่ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครอง ตลอดจนปฏิสัมพันธ์ระหว่างชาวบ้านกับผู้มีอำนาจในการปกครอง ซึ่งมีทั้งด้านที่เป็นผลดีและด้านที่เป็นผลเสีย ในขณะที่การจัดสวัสดิการทางสังคมในชุมชนบ้านแขกนั้น พบว่ามีความพร้อมมากขึ้น หากแต่ยังคงเป็นการเน้นในเชิงรับ มากกว่าที่จะรุกเพื่อสร้างสุขภาพของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน การส่งเสริมบทบาทขององค์การชุมชนให้มีความตื่นตัวทางด้านสุขภาพมีค่อนข้างน้อย เช่นเดียวกับการขาดความตื่นตัวด้านกิจกรรมนันทนาการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่กัดกร่อนสุขภาวะของชุมชนบ้านแขกให้ต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็นในอนาคต
            4. วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของกลุ่มคนในชุมชน พบว่าชุมชนบ้านแขกมีการสั่งสมทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจนพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต การประกอบอาชีพ ตลอดจนความเชื่อและความศรัทธาทางศาสนามาอย่างต่อเนื่อง โดยผู้คนในชุมชนบ้านแขกนั้นยังคงยึดมั่นอยู่ในธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ซึ่งแสดงออกมาในรูปของพิธีกรรมต่างๆ อันเป็นเครื่องบ่งบอกถึงความสงบร่มเย็นของชุมชน แต่จากการที่มีความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างสังคมของชุมชนในหลายๆด้าน ทำให้รากฐานทางวัฒนธรรมประเพณีของชาวชุมชนบ้านแขกหลายๆด้านเกิดภาวะคลอนแคลนและบางส่วนก็สูญหายไปจากชุมชน โดยเฉพาะวัฒนธรรมที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาวะหรือบริบทของสิ่งแวดล้อมแบบใหม่ๆ ได้ อาทิเช่น วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชีพและสายน้ำเป็นต้น แต่ก็พบว่ายังคงมีวัฒนธรรมตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีอีกหลายอย่างที่ยังดำรงอยู่ ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างในด้านรายละเอียดปลีกย่อย หากแต่ก็ยังคงไว้ได้ในส่วนที่เป็นสาระหรือแก่นของวัฒนธรรมหรือขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงความยึดมั่นในพระรัตนตรัยและพระพุทธศาสนาที่ยังดำรงอยู่อย่างเหนียวแน่นในจิตใจของชาวชุมชนบ้านแขกไม่เปลี่ยนแปลงไปจากคนรุ่นบรรพบุรุษในอดีตที่ผ่านมา แต่ในอนาคตนั้นวัฒนธรรมเหล่านี้อาจจะสูญหายหรือเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเนื่องจากการขาดความสนใจของคนรุ่นหลัง
            5. ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงในชุมชน พบว่าสามารถจำแนกออกได้เป็น 2 ระยะคือ ระยะแรกในช่วงปี 2525 ได้แก่การที่มีระบบชลประทานเข้ามาในชุมชน ทำให้ชุมชนบ้านแขกมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเกษตร จากระบบการเกษตรแบบพอเพียงเป็นระบบการเกษตรแบบการค้า ซึ่งในระยะนี้มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนบ้านแขกในด้านของโครงสร้างทางเศรษฐกิจเป็นส่วนใหญ่ และระยะที่สอง ในช่วงปี 2533 ซึ่งได้แก่การเข้ามาตั้งมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชุมชนบ้านแขกอย่างมาก เพราะชุมชนได้เกิดการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด ส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตเกือบทุกด้าน นับตั้งแต่ระบบเศรษฐกิจ โครงสร้างทางสังคม โครงสร้างประชากร ระบบสาธารณูปโภค การจัดสวัสดิการทางด้านสังคมต่าง ๆ รวมตลอดถึงวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของชุมชน

อภิปรายผล
            1.ลักษณะและสภาพทั่วไปของชุมชน จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของชุมชนบ้านแขกในด้านของลักษณะและสภาพทั่วไปของชุมชนนั้น เกิดจากการที่สภาพของชุมชนมีการเปลี่ยนแปลงจากชุมชนชนบท ที่มีวิถีชีวิตเกี่ยวพันกับการเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม มาเป็นชุมชนชานเมือง หรือชุมชนแบบกึ่งเมือง ที่มีระบบเศรษฐกิจและวิถีชีวิตแบบทุนนิยมมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของสมชัย รักวิจิตร (2514)ที่ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในหมู่บ้านทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย พบว่าความเปลี่ยนแปลงของชุมชนนั้นเกิดจากการพัฒนาแหล่งน้ำ และการสร้างถนน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาพลักษณ์ของชุมชน เฉกเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในชุมชนบ้านแขก ที่การเปลี่ยนแปลงลักษณะและสภาพทั่วไปของชุมชนเกิดขึ้นจากการที่ต้องมีการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพื่อการรองรับชุมชนที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วนั่นเอง
            2.การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางสังคมของชุมชน เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ก่อให้เกิดวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปและส่งผลกระทบต่อระบบโครงสร้างของประชากร ตลอดจนบริบททางสังคมที่เกี่ยวข้องตามมาด้วย ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของสมชัย รักวิจิตร (2514) ที่ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในหมู่บ้านทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย พบว่าชาวบ้านไม่สมัครใจทำหรือทดลองสิ่งใหม่ๆ เพราะเคยประสบความล้มเหลว จึงมักจะคอยให้ใครคนใดคนหนึ่งทดลองทำสิ่งใหม่ๆ เสียก่อน เมื่อได้ผลดีแล้ว คนอื่นๆ จึงจะพากันทำตาม ซึ่งในชุมชนบ้านแขกก็มีสภาพดังกล่าวในระยะแรกที่มีระบบชลประทานและการก่อตั้งมหาวิทยาลัยนเรศวรเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุผลที่สำคัญคือการขาดความรู้ที่เหมาะสมในการจัดการกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชนของตนเองนั่นเอง และสภาพของชุมชนบ้านแขกดังกล่าวนี้ ยังสอดคล้องกับการศึกษาของกรมพัฒนาที่ดิน (2518) ที่ พบว่า เกษตรกรในเขตจัดรูปที่ดินมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเทคนิคและวิทยาการแผนใหม่ทางการเกษตรในทางที่ดิน เกษตรกรใช้แทรคเตอร์ไถเตรียมดินกันเป็นส่วนใหญ่ และการศึกษาของศรีสอางค์ ศรีอุรโณทัย (2521) เกี่ยวกับเรื่องราวความแตกต่างสภาพทางเศรษฐกิจของเกษตรกรรายย่อยที่มีต่อการใช้และไม่ใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรในเขตโครงการชลประทานลำพระเพลิง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา พบว่า เกษตรกรมีการยอมรับการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในการทำการเกษตรกร นอกจากนี้การศึกษาของ ยุวัฒน์ วุฒิเมธี และคนอื่นๆ (2522) เกี่ยวกับการดำเนินงานของโครงการสารภี ตำบลสารภี อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมายังชี้ให้เห็นว่า หลังจากโครงการสารภีดำเนินมาแล้ว 14 ปี เกษตรกรได้ใช้เทคนิคใหม่ทำการเกษตรเป็นอย่างมาก มีการใช้รถไถเครื่องยนต์ชนิดคนเดินตามในการทำนาร้อยละ 60 และในตำบลสารภีมีการใช้รถแทรกเตอร์ถึง 7 คัน ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ ทัศนีย์ ศิริวรรณ (2522) เกี่ยวผลกระทบของการใช้น้ำชลประทานที่มีต่อการยอมรับวิทยาการแผนใหม่ของเกษตรกรในเขตโครงการชลประทานพิษณุโลก พบว่า เกษตรกรในโครงการชลประทานมีการยอมรับวิทยาการใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของการที่ประชาชนมีแนวโน้มที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางด้านวัตถุที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทางด้านการเกษตรแนวใหม่ ที่ใช้เครื่องทุ่นแรงมากขึ้น อันเปรียบเสมือนการฉายภาพซ้ำของสิ่งที่เกิดขึ้นในชุมชนบ้านแขก กับชุมชนอื่นๆ นั่นเอง
               จากการที่ชาวบ้านแขกมีการยอมรับนวัตกรรมทางด้านการเกษตรแนวใหม่ในเบื้องต้นที่มีการเข้ามาของระบบชลประทาน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจของชุมชนค่อนข้างมาก อันสอดคล้องกับการศึกษาเกี่ยวกับผลสะท้อนทางสังคมของชลประทานต่อเกษตรกรในเขตใช้น้ำของสภาวิจัยแห่งชาติในปี 2522 (สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ. 2522 ) ที่พบว่าเกษตรกรมีฐานะทางเศรษฐกิจและมาตรฐานความเป็นอยู่ดีขึ้น และการศึกษาในส่วนที่เกี่ยวกับผลผลิตและรายได้ อันเกิดจากโครงการชลประทาน ของกรมที่ดิน (2518) ที่พบว่า ผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรในเขตโครงการชลประทานจะเพิ่มขึ้น และจากการศึกษาของเลิศ บรรเลงเสนาะ (2517) ที่ได้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจในหมู่บ้านหว้า ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่า ชาวบ้านใช้เวลาในการประกอบอาชีพทำอย่างเต็มที่ ไม่ค่อยมีเวลาว่างเนื่องจากมีอาชีพใหม่ ที่ดินถูกใช้ประโยชน์มากขึ้น ราคาสูงขึ้น เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพมีมากขึ้น และทันสมัยกว่าเดิม ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับชุมชนบ้านแขกเช่นเดียวกัน นอกจากนี้สภาพของชุมชนบ้านแขกยังมีสภาพของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมที่สอดคล้องกับการศึกษาของ ใหม่ ชูเพนียง (1967) ที่พบว่าในหมู่บ้านต่างๆ ของอำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม โดยการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการอพยพแรงงาน โดยเฉพาะพวกเยาวชนไปทำงานเป็นกรรมกร คนรับใช้ หรือโสเภณีในกรุงเทพฯ และในภาคใต้ เพื่อส่งเงินมาเลี้ยงครอบครัว ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสังคมก็ปรากฏว่า ผลจากการไปทำงานในกรุงเทพฯ ทำให้เยาวชนเหล่านี้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน เช่น ด้านการแต่งกาย หรือพฤติกรรมต่างๆ ที่แสดงออกเมื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน รวมทั้งค่านิยมทางสังคมก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย ซึ่งภาพเหล่านี้ก็เป็นภาพที่เกิดขึ้นกับชุมชนบ้านแขกในช่วงตลอดระยะเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่มีมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้ามาก่อตั้งในชุมชนเช่นเดียวกัน หากแต่เป็นการฉายภาพย้อนกลับ กล่าวคือ ชุมชนบ้านแขกกลับเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้เกิดการอพยพย้ายถิ่นเข้ามาในชุมชนแทน และแรงงานที่อพยพเข้ามานี้เอง ได้นำพาสิ่งต่างๆ เข้ามาในชุมชน และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจและประชากรในชุมชนบ้านแขกขึ้น
            3.ระบบการเมืองการปกครองและการจัดสวัสดิการสังคมของชุมชน พบว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดจากกระแสของการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระดับประเทศเป็นหลัก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิถีการปกครอง บทบาทหน้าที่ วิธีการที่ได้มาซึ่งอำนาจ ตลอดจนปฏิสัมพันธ์ระหว่างชาวบ้านกับผู้นำชุมชน ในขณะที่การจัดสวัสดิการทางสังคมในชุมชนบ้านแขกจะมีความพร้อมมากขึ้นมาตามลำดับ หากแต่ยังคงเป็นการเน้นในเชิงรับ มากกว่าที่จะรุก ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของชอบ เข็มกลัด (2521) ที่ได้ศึกษาพัฒนาโครงสร้างของหมู่บ้านในเขตอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี พบว่า ความแตกต่างของโครงสร้างหรือสถาบันในหมู่บ้านขึ้นอยู่กับระดับของการพัฒนาจากสิ่งต่างๆ ที่ใช้เป็นเครื่องชี้ในการพัฒนา ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในหมู่บ้านมีทั้งปัจจัยภายในซึ่งได้แก่ ความเป็นปึกแผ่นของหมู่บ้าน และปัจจัยภายนอกซึ่งได้แก่ การติดต่อระหว่างหมู่บ้านกับเมือง อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านจะมาจากปัจจัยภายนอกมากกว่าปัจจัยภายใน ส่วนการพัฒนาจะเกิดผลนั้นเป็นการพัฒนาที่ต้องเกิดจากการประสานระหว่างปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก เฉกเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในชุมชนบ้านแขกที่พบว่าการเมืองการปกครองของชุมชนบ้านแขกนั้น ไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะปัจจัยภายใน หากแต่เป็นปัจจัยภายนอกที่เป็นตัวเร่งเร้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อาทิเช่น นโยบายภาครัฐทางด้านการปกครองท้องถิ่น เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ทำให้ชุมชนขาดความเข้มแข็งในการที่จะจัดการระบบการเมืองการปกครองของชุมชนเองให้สอดคล้องและเป็นไปตามสภาพแห่งวิถีชีวิตของชุมชนเอง แต่ผลของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองของชุมชนบ้านแขกนั้น แตกต่างกับการศึกษา เลิศ บรรเลงเสนาะ (2517) ที่ได้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจในหมู่บ้านหว้า ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่า ชาวบ้านมีความสนใจที่จะติดต่อข่าวสารบ้านเมืองมากขึ้น ความถี่ของการใช้ถนนและความถี่ของการติดต่อกับงานการเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการที่ชุมชนบ้านแขกมีการเติบโตทางสภาพสังคมแบบก้าวกระโดด จึงทำให้ประชาชนในชุมชนให้ความสนใจต่อการเปลี่ยนแปลงในเรื่องอื่นๆ ที่มีผลกระทบทางตรงต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง อันได้แก่ระบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป มากกว่าผลทางอ้อมเช่นการเมืองการปกครอง ความสนใจของประชาชน ตลอดจนความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนในชุมชนบ้านแขกจึงยังคงมีไม่มากนัก แต่ก็พบว่าการศึกษา ของเลิศ บรรเลงเสนาะ (2517) ก็ยังให้ผลการศึกษาในบางด้านที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชุมชนบ้านแขก นั่นคือพบว่าชาวบ้านมีความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลดีขึ้น ซึ่งเหตุผลที่เป็นเช่นนั้น เพราะว่าบริการทางด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาลนั้น เป็นบริการในเชิงประจักษ์ และเป็นความต้องการขั้นพื้นฐานของชุมชน ที่ประชาชนทุกคนมีความต้องการ และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่ตอบสนองต่อความต้องการดังกล่าว ก็ทำให้ประชาชนรับรู้และตอบสนองได้ 
            4. วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของกลุ่มคนในชุมชน พบว่าการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของกลุ่มคนในชุมชนบ้านแขกเกิดจากการที่มีความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างสังคมของชุมชนในหลายๆด้าน และการขาดความสนใจของคนรุ่นหลังในการที่จะอนุรักษ์วัฒนธรรมของชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของบุญมา นครอินทร์ (2515)ที่ได้ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นในชนบทไทยค่อยๆเปลี่ยนไปเนื่องจากปัจจัยทางด้านความเจริญทางเทคโนโลยี ทำให้ระบบการช่วยเหลือซึ่งกันและกันและแนวความคิดเกี่ยวกับการทดแทนบุญคุณได้ลดความสำคัญลง และการที่สถาบันครอบครัวไม่อาจสนองความต้องการของบุคคลในครอบครัวได้ ทำให้สมาชิกครอบครัวต้องช่วยตนเอง ลักษณะความสัมพันธ์บางอย่างจึงเปลี่ยนไป และจากการศึกษาของ สุวิทย์ ธีรศาสวัต และสมศักดิ์ ศรีสันติสุข (2529) ที่ได้ศึกษาวิจัย เรื่องการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและวัฒนธรรมในหมู่บ้านอีสาน ศึกษากรณีบ้านโนน ตะแบก อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ พบว่า การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมและวัฒนธรรม โดยเฉพาะความสัมพันธ์ในระบบเครือญาติซึ่งมีการพึ่งพาอาศัยกันมาก ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นพึ่งพอกันน้อยลง การแพร่กระจายทางวัฒนธรรมของสังคมเมืองและสื่อสารมวลชนทำให้ชาวบ้านรับเอาความทันสมัยอันรวมไปถึงพฤติกรรมการรักษาโรค ค่านิยมเรียนสูง ๆ การบันเทิงแบบคนเมือง โดยผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมี 2 ประการ คือ ประการแรกได้แก่รายจ่ายและหนี้สินที่สูงขึ้น ส่วนประการที่สองได้แก่ปัญหาสังคม เช่น การพนันได้เพิ่มขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่พบได้กับชุมชนบ้านแขกในสภาพปัจจุบันเช่นเดียวกัน และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต หากแต่สภาพของชุมชนบ้านแขกนั้น มีความแตกต่างจากผลการศึกษาของบุญมา นครอินทร์ในแง่ที่ว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชนบ้านแขกเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มิได้เกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป หากแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดจากการที่ชุมชนไม่สามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางด้านอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยที่เข้ามากระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ อย่างเช่นการเข้ามาก่อตั้งมหาวิทยาลัยนเรศวรในชุมชนด้วยแล้ว จึงทำให้ชุมชนซึ่งมีศักยภาพในการจัดการกับความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อย มิสามารถที่จะจัดการเพื่อการดำรงอยู่ของวัฒนธรรมชุมชนได้ ประกอบกับวัฒนธรรมชุมชนดั้งเดิมของชาวบ้านแขกนั้น เป็นวัฒนธรรมอ่อน ไม่ได้มีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงทำให้มิสามารถที่จะรักษารากเหง้าแห่งวัฒนธรรมตนเองไว้ได้มากนัก สิ่งที่ยังคงรักษาไว้ได้จึงต้องเป็นแก่นของวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับศรัทธาและความเชื่อทางศาสนา ซึ่งฝังรากลึกในจิตใจของชาวบ้านแขกเท่านั้น นอกจากนี้ ยังพบว่าการเปลี่ยนแปลงทางด้านวัฒนธรรมของชุมชนบ้านแขกนั้น ยังสอดคล้องกับผลการศึกษาของ วีรพล มณีพงษ์ (2531) ที่ได้ศึกษาเรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย : ศึกษากรณีบ้านกุดรัง อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม พบว่า การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาสิ่งสาธารณูปโภคจากรัฐ ทำให้การติดต่อซื้อขายกับเมืองมีมากขึ้น มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมมากขึ้น ทำให้ค่านิยมการบริโภคจากสังคมเมืองครอบงำวิถีชีวิตที่เรียบง่ายเหมือนในอดีต ทำให้ค่านิยมการบริโภคจากสังคมเมืองครอบงำวิถีชีวิตแบบพื้นบ้าน และการศึกษาของไพฑูรย์ กรุงเก่า (1962) ที่ได้กล่าวถึงการแพร่กระจายทางวัฒนธรรมและพฤติกรรมของสังคมเมืองจากกรุงเทพ ไปสู่หมู่บ้าน ทำให้หมู่บ้านที่อยู่ใกล้เมืองจะมีระดับการเปลี่ยนแปลงมากกว่าหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไป ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ชาวบ้านได้รับเอาสิ่งใหม่ทางวัตถุก่อนที่จะมีความรู้ ความเข้าใจสภาวะแวดล้อมของการมีชีวิตในสังคมเมือง ซึ่งภาพดังกล่าวที่พบในการศึกษาเหล่านี้ ก็เป็นภาพเดียวกันที่เกิดขึ้นกับชุมชนบ้านแขกในปัจจุบันนั่นเอง
            5. ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงในชุมชน คือการเข้ามาของระบบชลประทาน และการก่อตั้งมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นความเจริญทางด้านวัตถุ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของสมชัย รักวิจิตร (2514)ที่ศึกษาเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในหมู่บ้านทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย พบว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ทางด้านวัตถุในหมู่บ้านจังหวัดอุบลราชธานี และนครพนมหลายอย่าง เช่นการแพร่หลายของวิทยุ การสร้างถนน การพัฒนาแหล่งน้ำ การใช้ปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืชในการเกษตร การส่งเสริมผลิตผลใหม่ๆจากภาครัฐ การใช้ยานยนต์ การตั้งร้านค้าในหมู่บ้าน ตลอดจนการสร้างสัญลักษณ์ของการดำรงชีวิตแบบสมัยใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องทางด้านวัตถุนิยมที่เป็นสื่อกลางสำคัญระหว่างชาวบ้านกันโลกภายนอก และการศึกษาของบุญมา นครอินทร์ (2515) ที่ได้ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นในชนบทไทยมีปัจจัยที่ช่วยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ประการแรกคือ ปัจจัยทางด้านความเจริญทางเทคโนโลยี ซึ่งได้แก่ เครื่องทุนแรงใช้แทนแรงงานคนและสัตว์ ประการที่สอง คือสถาบันครอบครัวไม่อาจสนองความต้องการของบุคคลในครอบครัวได้ ทำให้สมาชิกครอบครัวต้องช่วยตนเอง ลักษณะความสัมพันธ์บางอย่างเปลี่ยนไป รวมถึงการศึกษาของสุวิทย์ ธีรศาสวัต และสมศักดิ์ ศรีสันติสุข (2529) ที่ได้ศึกษาวิจัย เรื่องการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและวัฒนธรรมในหมู่บ้านอีสาน ศึกษากรณีบ้านโนน ตะแบก อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ พบว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมี 5 ประการ คือ การเพิ่มขึ้นของประชากร ภาวะน้ำท่วมที่นาบ่อยๆ อำนาจรัฐ การคมนาคมที่สะดวกขึ้นและการปลูกพืชเศรษฐกิจ ทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนมาเป็นการผลิตค้าขาย มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพิ่มขึ้น มีการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรเข้ามาแทนการผลิตแบบดั้งเดิม ชาวบ้านมีหนี้สินขึ้นและการค้าปลีกเกิดขึ้น การแพร่กระจายทางวัฒนธรรมของสังคมเมืองและสื่อสารมวลชนทำให้ชาวบ้านรับเอาความทันสมัยอันรวมไปถึงพฤติกรรมการรักษาโรค ค่านิยมเรียนสูง ๆ การบันเทิงแบบคนเมือง ด้านผลกระทบ ของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมี 2 ประการ คือ ประการแรกได้แก่รายจ่ายและหนี้สินที่สูงขึ้น ส่วนประการที่สองได้แก่ปัญหาสังคม เช่น การพนันได้เพิ่มขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นภาพที่เกิดขึ้นกับชุมชนบ้านแขกเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อมีการเข้ามาของระบบชลประทาน และการก่อตั้งมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเหตุผลประการสำคัญเนื่องด้วยการขาดการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนการขาดการประสานงานกันจากทุกภาคส่วนในการที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวนี้อย่างจริงจัง จึงทำให้ผลกระทบจากการเข้ามาของทั้งสองปัจจัยเกิดผลกระทบอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ทั้งนี้อาจเนื่องจากการเข้ามาของปัจจัยแรกคือระบบชลประทานนั้นวิถีชีวิตของคนในชุมชนมิได้เปลี่ยนแปลงมากนัก เพียงแต่เปลี่ยนจากระบบเกษตรกรรมเพื่อยังชีพ เป็นระบบเกษตรกรรมเพื่อการค้า ซึ่งยังถือว่าเป็นวิถีชีวิตที่มีความใกล้เคียงกับวิถีชีวิตดังเดิมพอสมควร หากแต่การเข้ามาของปัจจัยที่สอง คือมหาวิทยาลัยนเรศวร กลับทวีความรุนแรงมากกว่า เพราะวิถีชีวิตของคนบ้านแขกเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก ยิ่งเมื่อภาคส่วนต่างๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำรงอยู่ของความเป็นชุมชน มองไม่เห็นปัญหา หรือมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่กระทบต่อความเป็นตัวตนหรือการดำรงอยู่อย่างคงเอกลักษณ์ของความเป็น “ชุมชนบ้านแขก” ด้วยแล้ว ก็จะยิ่งเป็นสาเหตุให้เกิดความละเลยที่จะแก้ไขปัญหา หรือละเลยที่จะอนุรักษ์สิ่งที่ดีงามของความเป็น “ชุมชนบ้านแขก” ให้คงอยู่สืบไป

ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้
             1.จากผลการวิจัยพบว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนบ้านแขก ยังมีค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ การเมือง การปกครอง จึงควรมีการส่งเสริม หรือกระตุ้นให้ประชาชนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในเรื่องต่างๆ ของชุมชน ในทุกขั้นตอน ซึ่งอาจทำได้โดยการพัฒนาระบบประชาคมของชุมชนให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น
             2.ควรมีการส่งเสริมให้มีการสืบทอด อนุรักษ์ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของชุมชนบ้านแขกให้ดำรงอยู่ โดยเฉพาะการกระตุ้นในเยาวชนในชุมชนได้เกิดความซาบซึ้งหรือความตระหนักในคุณค่าของวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
             3.ควรมีการประสานงานกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบล มหาวิทยาลัยนเรศวร ตลอดจนหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง และชาวชุมชนบ้านแขก ในการกำหนดแผน และขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัย
            1.ควรมีการศึกษารูปแบบและแนวทางในการแก้ปัญหาของชุมชนในแต่ละด้าน ว่าควรจะมีรูปแบบและแนวทางในการ ดำเนินงานเป็นเช่นไร
            2.ควรมีการศึกษาวิจัยในเชิงประเมิน เพื่อประเมินความพร้อมของหน่วยงาน และกิจกรรมต่างๆ ในชุมชนว่ามีสภาพเป็นเช่นไร อันจะนำไปสู่การดำเนินการแก้ไขปัญหาของชุมชนที่สอดคล้องกับบริบทที่แท้จริงของชุมชนต่อไป
             3.ควรมีการศึกษาวิจัยในเชิงทดลอง เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ในชุมชนอย่างหลากหลาย และต่อเนื่อง อาทิ การทดลองพัฒนาระบบอาสาสมัครสาธารณสุข โดยการเพิ่มพูนศักยภาพในการจัดการสุขภาวะของชุมชน เป็นต้น

เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ, สำนักงาน.(2522) ผลสะท้อนทางสังคมศาสตร์ของชลประทาน
เกษตรกรในเขตใช้น้ำ พ.ศ.2522. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ
ชอบ เข็มกลัด.(2521) การศึกษาพัฒนาโครงสร้างของหมู่บ้านในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์
วท.ม. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ทัศนีย์ ศิริวรรณ. (2521) ผลกระทบของการใช้น้ำชลประทานที่มีต่อการยอมรับการเกษตร
แผนใหม่ของเกษตรกรในเขตชลประทานพิษณุโลก. วิทยานิพนธ์ วท.ม. กรุงเทพฯ :
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
บุญมา นครอินทร์. (2515) การเปลี่ยนแปลงทางสังคมบางประการของชาวชนบทไทย.
กรุงเทพฯ : แผนกอิสระสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พัฒนาที่ดิน, กรม.(2518) การเปลี่ยนแปลงวิธีการครองชีพของกสิกรในเขตโครงการจัดรูป
ที่ดินชันสูตรอำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี พ.ศ. 2515 และ พ.ศ.2518. กรุงเทพฯ
: กองนโยบายและแผนงาน กรมพัฒนาที่ดิน
ยุวัฒน์ วุฒิเมธี และคนอื่นๆ.(2522) รายงานสรุปผลการดำเนินโครงการสารภี.กรุงเทพฯ :
กองวิจัยและประเมินผล กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย
รังสรรค์ วัฒนะ. (2547). อนุทินของการเป็นมหาวิทยาลัยนเรศวร. กรุงเทพฯ : พัฒนาศึกษา.
รัตนะ บัวสนธ์. (2541) วิธีวิจัยเชิงคุณภาพทางการศึกษา. พิษณุโลก : ภาควิชาการศึกษา
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.
รัตนะ บัวสนธ์และคณะ. (2541) บทบาทของสถาบันหลักและปฏิสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่
เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงของชุมชนบ้านหนองหัวยาง . พิษณุโลก :
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.
รัตนะ บัวสนธ์และคณะ. (2547) ความคิดเห็นของชุมชนโดยรอบที่มีต่อการให้บริการชุมชน
ของมหาวิทยาลัยนเรศวรตามสภาพที่เป็นจริงและสภาพที่คาดหวัง . พิษณุโลก :
สาขาวิชาวิจัยและประเมินผลการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.
เลิศ บรรเลงเสนาะ. (2517) การเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ ในหมู่บ้าน
อันเนื่องมาจากความก้าวหน้าทางคมนาคม : ศึกษาเฉพาะกรณีการเปลี่ยนแปลง
บ้านหว้า ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ สืบเนื่องมาจากการสร้าง
ทางหลวงชนบท. วิทยานิพนธ์ พบ.ม. กรุงเทพฯ : สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
วีรพล มณีพงษ์.(2531) การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมของชาวนาใน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย : กรณีศึกษาบ้านกุดรัง อำเภอบรบือ
จังหวัดมหาสารคาม.ปริญญานิพนธ์ ศศ.ม. มหาสารคามฯ :มหาวิทยาลัยศรีนครินทร
วิโรฒ มหาสารคาม
สีลาภรณ์ บัวสาย.(2547). พลังท้องถิ่น : บทสังเคราะห์งานวิจัยด้านชุมชน. กรุงเทพฯ :
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุภาวดี บุญยฉัตร, สุรัตน์ ชุ่มจิตต์ และ บัณฑูร ชุนสิทธิ์. (2546). ผลกระทบของการจัดตั้ง
มหาวิทยาลัยต่อชุมชนโดยรอบ. วารสารสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.35(2),
263 - 279.
สุวิทย์ ธีรศาสวัติ และสมศักดิ์ ศรีสันติสุข.(2529) การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง
สังคม และวัฒนธรรมในหมู่บ้านอีสาน : กรณีบ้านโนนตะแบก.
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
Clive Seale and others.(2004) Qualitative Research Practice. United State of America :
Sage Publications,Inc.
Michael A. Huberman. (2002)The Qualitative Researcher’s Companion. United State of
America : Sage Publications,Inc.
Norman K. Denzen and Yvonna S.Lincoln.(2003) Collecting and Interpreting Qualitative
Materials 2nd ed. United State of America : Sage Publications,Inc.
Norman K. Denzen and Yvonna S.Lincoln. (2000) Handbook of Qualitative Research 2nd ed.United State of America : Sage Publications,Inc.
Norman K. Denzen and Yvonna S.Lincoln.(2003) Strategies of Qualitative Inquiry 2nd ed. United State of America : Sage Publications,Inc.
PHP-Nuke
ติดประกาศ Thursday 27 Sep 07@ 16:20:42 ICT โดย admin
 
· ข้อมูลเพิ่มเติม PHP-Nuke
· เสนอข่าวโดย admin


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด PHP-Nuke:
วิถีชีวิตของผับ และนิสิตติดผับ ข้างรั้วมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

คะแนนเฉลี่ย: 5
จำนวนผู้ลงคะแนน: 1


โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่


 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

หัวข้อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

PHP-Nuke

ความคิดเห็นที่แสดงนี้เป็นของเป็นของผู้ลงประกาศ. ทางเว็บไซต์ ไม่ขอรับผิดชอบในเนื้อหาเหล่านี้.

ผู้ไม่ลงทะเบียน ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น , โปรด ลงทะเบียน

Isaiah (จำนวน: 1)
โดย mhho (xhaoren@gmail.com) เมื่อ Thursday 01 Dec 11@ 15:01:55 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป) http://www.rubwatches.com
I can't get your RSS feed to work right in google chrome, is it on my end?



tea length wedding gowns (จำนวน: 1)
โดย yaya (xiaozhou1101@yahoo.com) เมื่อ Tuesday 07 Aug 12@ 08:39:42 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป) http://www.jreplicawatches.com/
Englise not mi furst langage but much lick ur blog post writing. Pleze to continyu bueno writing and I like try copy, ok?



best bridesmaid dresses (จำนวน: 1)
โดย yaya (xiaozhou1101@yahoo.com) เมื่อ Wednesday 15 Aug 12@ 19:09:49 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป) http://www.jreplicawatches.com/
I've read just a few of the articles in your website now, That Post is Stuffed with informative. Thanks for that sort of sharing. Hope u will again share with us.



red evening dress (จำนวน: 1)
โดย yaya (xiaozhou1101@yahoo.com) เมื่อ Wednesday 15 Aug 12@ 19:17:49 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป) http://www.jreplicawatches.com/
great line, I enjoyed it very much.



Pope (จำนวน: 1)
โดย Kelly เมื่อ Tuesday 19 Feb 13@ 09:01:20 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป)
rather like the Porsche Style P 6780 introduced at Basel final year. prom gowns [www.deepdress.com] Turns out that Eterna make Porsche Style watches, and that the (watered down somewhat) style could be a much better fit using the Porsche Style brand.๏ปฟ The actual show scenario debuted via Hublot in front related with it s stay all through Baselworld 20 had been by far most likely probably the most incredible appeal within the Affordable! This nabled each and every consumer to figure out what kind of view may seem around the arm, together with a selection of versions also as dimensions obtainable Bridal dresses [www.deepdress.com] . THE groundbreaking concept inside exhibit displays, vintage wedding gowns [www.deepdress.com] the actual WatchTester is accessible to be able to everybody also as allows numerous view versions, dimensions also as colors to turn out to be utilized. mermaid wedding dresses [www.deepdress.com] Showed with regard towards the extremely initial time in front from



Carter (จำนวน: 1)
โดย Kelly เมื่อ Tuesday 19 Feb 13@ 16:22:23 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป)
couture wedding dresses [www.deepdress.com] small red cherries on my hip are only noticeable in particular bikinis. But the Aries sign on the back of my neck ?my most current and daring tat of all ?could be impossible to hide if my hair had been in an updo. This was a reality I really regarded as when obtaining the tattoo within the initial location. I knew that as soon as it was inked, Id by no means have the ability to wear my hair up once more with out getting the black outline in the aries ram there for the globe to determine. But becoming the totally free spirit that I"m, I predicted that the only time I"d even care if it showed could be on my wedding day. And even though I wasnt even engaged in the time Wedding Dress [www.deepdress.com] cheap wedding gowns [www.deepdress.com] , I also currently knew which hairstyle I wanted to don as a Bride: Down, wavy, and au natural. Thankfully my thoughts hasnt altered because obtaining the tattoo two years ago, and I nonetheless



Myers (จำนวน: 1)
โดย Kelly เมื่อ Friday 12 Apr 13@ 14:56:13 ICT
(ข้อมูลผู้ใช้ | ส่งข้อมูลออกไป)
in the individual watchmaker. Outside the studio hangs a big sign in Japanese stating โ€œBuilding in High quality with Painstaking Care, wedding dresses [www.rundresses.com] . bridesmaid dresses [www.rundresses.com] vintage *****tail dresses [www.rundresses.com] Inside these workshops, the caliber 9S watch movement series (specs right here) is created and remains the iconic mechanical caliber in the Grand Seiko collection. Within the final actions in the assembly in the 9S, every balance wheel is subjected to final adjustment in a surprising method to 8216 white dress [www.rundresses.com] cheap wedding dresses [www.rundresses.com] ;lockin bridesmaid dresses [www.rundresses.com] ,the accuracy in the movement bridesmaid dresses [www.rundresses.com] cheap formal wedding dresses [www.rundresses.com] . Instead of getting a balance wheel with adjustable screws or perhaps a gyromax method, Seiko utilizes a labor intensive procedure that leaves extremely small space for trial and error. The watchmakers painstakingly eliminate tiny amounts of material from a solid balance wheel to be able to perfectly adjust the watch the very first time. The result is


PHP-Nuke and ThaiNuke Bundle Copyright © 2006 by Francisco Burzi. This is free software, and you may redistribute it under the GPL. PHP-Nuke comes with absolutely no warranty, for details, see the license.
การสร้างหน้าเอกสาร: 0.19 วินาที